อยากสวยแลดูอ่อนกว่าเยาว์

การดูอ่อนเยาว์ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะคงไม่มีใครอยากแลดูแก่ ไปไหนมาไหนคนที่อายุน้อยกว่าก็มีคนเรียกว่าพี่ ป้าหรือยายอยู่ตลอดเรื่อยๆ แต่จะทำอย่างไรถึงจะแลดูอ่อนเยาว์ใครเห็นก็ไม่สามารถเดาอายุที่แท้จริงได้ หากอยากรู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้างมาดูกันเลย

1.นอนให้พอ การพักผ่อนร่างกายด้วยการนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และจะต้องเป็นการนอนที่มีคุณภาพ ด้วยการงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารที่มีน้ำตาลสูงก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นอนก่อนสี่ทุ่มและนอนในห้องมือสนิทที่มีอุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศา ช่วงเวลาการนอนที่มีคุณภาพร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรง ร่างกายจึงมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใส

2.กินอาหารในอัตราส่วนที่เหมาะสม ร่างกายของคนเราประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาพลาญจะทำงานต่างกัน ยิ่งอายุมากขึ้นระบบเผาพลาญจะทำงานได้น้อยลง ร่างกายจึงต้องการอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานน้อยลง เพราะหากกินอาหารเข้าไปเยอะ ร่างกาย เผาพลาญไม่หมด ไขมันส่วนที่เหลือก็จะไปสะสมเป็นไขมันส่วนเกินทำให้อ้วน เมื่ออ้วนจะทำให้แลดูแก่ ซึ่งอาหารจะต้องมีอัตราส่วนของผักผลไม้ : เนื้อสัตว์ : ข้าว คือ 2 : 1 : 1 ในทุกมื้อ

3.ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ระหว่างวันจะต้องดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1.5 – 2 ลิตร น้ำจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของตับที่ทำหน้าที่ขจัดไขมันออกจากร่างกาย ช่วยล้างสารพิษและเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเซลล์ เพราะองค์ประกอบหลักของเซลล์ทั่วร่างกายคือน้ำ หากร่างกายขาดน้ำ เซลล์จะเหี่ยวย่นจนเป็นที่มาของริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่หากร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอเซลล์จะเต่งตึงแลดูสดใส อ่อนเยาว์

4.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยขับของเสียที่สะสมอยู่ตามรูขุมขนให้ออกมาพร้อมกับเหงื่อ พร้อมกับกระตุ้นการเต้นของหัวใจทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ตามอวัยวะได้อย่างทั่วถึง เซลล์จึงมีความแข็งแรง ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากผิวพรรณแล้วการออกกำลังกายยังช่วยกระชับสัดส่วน ผิวพรรณจึงเต่งตึงไม่เหี่ยวย่นตามวัยอีกด้วย

ถึงแม้ว่าอายุที่มากขึ้นจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้าสามารถเปลี่ยนให้อายุเป็นเพียงตัวเลขที่มีไว้แสดงบนบัตรประชาชน แต่ใบหน้าที่แสดงออกมานั้นอ่อนกว่าวัยที่แท้จริงหลายปีก็คงดีไม่น้อย ดังนั้นสำหรับท่านที่ต้องการแลดูอ่อนเยาว์ ลองทำตามวิธีที่ได้บอกมาแล้ว ท่านจะเห็นว่าอายุได้แซงใบหน้าไปหลายสิบปีเลยทีเดียว เริ่มต้นวันนี้แล้วคุณจะมีใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ภายในหนึ่งเดือน

Explore More

เทคนิคการดูแลผมให้เงางาม แบบง่ายแต่ได้ผลจริง

เทคนิคการดูแลผมให้เงางาม

เส้นผมเป็นส่วนที่อยู่สูงสุดของร่างกายที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและใบหน้าให้ดูดีน่ามอง หากผมเสีย ชี้ฟูแลดูสุขภาพไม่ดี จะทำให้ใบหน้าแลดูหม่อนหมองไม่น่ามองไปด้วย ในทางกลับกันทางผมนุ่มสลวยเป็นเงางามจะส่งให้ใบหน้าแลดูผ่องใสหน้ามองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทำสีผมให้เหมาะกับสีผิวจะทำให้ใบหน้าแลดูสว่างและอ่อนเยาว์อีกด้วย ดังนั้นการดูแลเส้นผมที่ดีจะช่วยหเส้นผมมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเคล็ดลับการดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดีมีดังนี้ 1.ใช้ครีมนวดผมทุกครั้ง หลังการสระผมให้สะอาดด้วยยาสะผมแล้ว จะต้องใช้ครีมนวดผมหรือทรีตเม้นต์บำรุงผมโชลมมให้ทั่วตั้งโคนจรดปลายผม และทิ้งไว้ 5 -10 นาทีแล้วจึงล้างออก ครีมนวดผมหรือทรีตเม้นต์บำรุงผมจะเข้าไปเคลือบเกร็ดผมที่เปิดออกในระหว่างการสระเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกไป ทำให้เกร็ดผมปิดลงเป็นการลดการสูญเสียน้ำของเส้นและเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเส้นผม ผมจึงมีสุขภาพดี 2.อย่าเป่าผมด้วยความร้อน หากไม่ได้ไปสระผมตามร้านทำผม ไม่ควรทำการเป่าผมด้วยไดร์ที่มีความร้อน แต่ให้เป่าด้วยพัดลมหรือปล่อยไว้ให้แห้งเองหากมีเวลาเพียงพอ เพราะความร้อนจากไดร์เป่าผมจะเข้าไปทำให้ผมสูญเสียน้ำออกจากเส้นผม ผมจึงแห้งกรอบแต่หากไปที่ร้านทำผม ทางร้านจะมีน้ำยาเคลือบผมเพื่อป้องกันความร้อนเข้าไปทำร้ายผม ทาลงบนเส้นผมก่อนการไดร์ทุกครั้ง เส้นผมที่ไดร์ออกจากร้านจึงชุ่มชื่นนั่นเอง 3.หวีผมก่อนนอน เราเคยได้ยินว่าให้หวีผมร้อยครั้งก่อนนอนแล้วผมจะมีสุขภาพที่ดี คำดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ควรปฏิบัติเพราะการหวีผมจะไปกระตุ้นที่รากผมให้มีความแข็งแรง

เคล็ดลับบำรุงผิวทำให้เกิด ผิวกระจก (Glass Skin) ผิวสีไหนก็สวยได้

ผิวกระจก

ผิวกระจก (Glass Skin) คือผิวที่เรียบเนียน กระจ่างใส และสามารถทำให้เกิดขึ้นได้กับทุกสีผิว ไม่ว่าคุณจะมีผิวขาวเหลือง ผิวขาวอมชมพู ผิวสีแทน ผิวสีน้ำผึ้ง ก็สามารถมีผิวกระจกนี้ได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะลักษณะของผิวในรูปแบบนี้คือผิวที่มีสุขภาพดี ผิวดูไม่มีรู เปล่งปลั่ง และโปร่งแสง ซึ่งไม่ได้มาจากการบำรุงภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากการบำรุงภายในอีกด้วยด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ลดน้ำตาล และควบคู่ไปกับการบำรุงภายนอกที่เราจะนำมาแนะนำกันในบทความนี้   ขั้นตอนการดูแลผิวกระจก (Glass Skin)   1.ทำความสะอาดใบหน้า 2 ครั้ง สำหรับการทำความสะอาดใบหน้า 2 ครั้งนี้จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนแบบสุด ๆ ไม่ผสมน้ำหอมและไม่ทำให้ใบหน้าสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไป  2.

สาว ๆ ต้องรู้ ควรมาสก์หน้าตอนไหนดี แล้วมาสก์หน้ามีประโยชน์อย่างไร

มาส์กหน้า

เรื่องของการดูแล และบำรุงผิว คงเป็นเรื่องที่สาว ๆ ทั้งหลายให้ความสำคัญกันมาก ๆ เพราะการดูแลผิวพรรณของตัวเองให้ดี เป็นเหมือนการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้หญิงได้เลย ปัจจุบันนี้การบำรุงผิวไม่ได้มีแค่วิธีการของการใช้ครีมบำรุงเท่านั้น แต่การมาสก์หน้ายังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ ซึ่งความโดดเด่นของการมาสก์หน้าอยู่ที่เรื่องของการทำให้ผิวได้รับสารบำรุงที่เข้มข้นมาก ๆ จึงถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผิวมากนั่นเอง  ประโยชน์ของการมาสก์หน้า มีอะไรบ้าง อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า การมาสก์หน้านั้นมีประโยชน์มาก ๆ ต่อการดูแลผิว จึงทำให้สาว ๆ มากมายต่างเลือกที่จะมาสก์หน้ากันเป็นประจำ ซึ่งประโยชน์ของการมาสก์หน้าก็มีดังต่อไปนี้ 1. การมาสก์หน้าช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก และตรงจุด ประโยชน์ข้อแรกของการมาสก์หน้าที่ถือว่าโดดเด่นมาก ๆ เลย ก็คือ