Author: Alberto Fisher

พระพุทธศาสนา

วันวิสาขบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของชาวพุทธทุกคน

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ขึ้นชื่อว่ามีผู้นับถือกันมากเป็นอันดับต้น ๆ ในโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองพุทธเลยก็ว่าได้ เพราะประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลัก และวันสำคัญทางศาสนาเองก็ถูกให้ความสำคัญและระลึกถึงอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นก็คือวันวิสาขบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาที่ชาวพุทธให้ความสำคัญและยังถูกกำหนดเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย ซึ่งในวันนี้ชาวพุทธส่วนใหญ่จะมีการเข้าวัดทำบุญ ถวายสังฆทาน และเวียนเทียนกัน โดยวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับวันวิสาขบูชากันให้ละเอียด รวมถึงกิจกรรมที่ทำกันในวันนี้ ว่าแล้วตามไปดูกันได้เลย             วันวิสาขบูชาเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาสามอย่างด้วยกัน ได้แก่ เป็นวันคล้ายประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า  ซึ่งต่างเกิดขึ้นในวันเดียวกันคือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 โดยในประเทศไทยได้มีการบอกเล่าเรื่องราวว่ามีขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยได้รับอิทธิพลมาจาก กษัตริย์กรุงลังกาที่ถือเป็นผู้ประกอบพิธีกรรมในวันวิสาขบูชาเป็นครั้งแรก จนมาถึงประเทศไทยในสมัยสุโขทัยนั่นเอง เนื่องจากความสัมพันธ์ที่แนบเน้นระหว่างสองประเทศในด้านการเผยแพร่พระพุทธศาสนา โดยในอดีตจะมีการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นพุทธบูชาในวันนี้ ทั้งการประดับตกแต่งบ้านเรือนด้วยต้นไม้และดอกไม้หอม การจุดประทีปโคมไฟ เพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัย และการเวียนเทียนรอบโบสถ์ที่ทำมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นก็จะมีการฟังธรรมเทศนา การถวายสังฆทาน การบริจาคทาน รวมถึงทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ เป็นต้น             วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ชาวพุทธทุกคนพึงระลึกถึงอยู่เสมอ และถูกปลูกฝังให้ลูกหลานชาวพุทธทุกคนเห็นถึงความสำคัญเสมอมา จะเห็นจากเดี๋ยวนี้ที่พอถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเราจะเห็นประชาชนออกมาทำบุญตักบาตร และทำกิจการทางศาสนากันมากขึ้น ทั้งเด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปถึงวัยผู้ใหญ่ และคนสูงอายุ ปัจจุบันในประเทศไทยเองนอกจากประชาชนจะเดินทางเข้าวัดทำบุญ ถวายสังฆทาน […]

Read more
อยากสวยแลดูอ่อนกว่าเยาว์

อยากสวยแลดูอ่อนกว่าเยาว์ต้องทำอย่างนี้

การดูอ่อนเยาว์ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะคงไม่มีใครอยากแลดูแก่ ไปไหนมาไหนคนที่อายุน้อยกว่าก็มีคนเรียกว่าพี่ ป้าหรือยายอยู่ตลอดเรื่อยๆ แต่จะทำอย่างไรถึงจะแลดูอ่อนเยาว์ใครเห็นก็ไม่สามารถเดาอายุที่แท้จริงได้ หากอยากรู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้างมาดูกันเลย 1.นอนให้พอ การพักผ่อนร่างกายด้วยการนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และจะต้องเป็นการนอนที่มีคุณภาพ ด้วยการงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารที่มีน้ำตาลสูงก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นอนก่อนสี่ทุ่มและนอนในห้องมือสนิทที่มีอุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศา ช่วงเวลาการนอนที่มีคุณภาพร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรง ร่างกายจึงมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใส 2.กินอาหารในอัตราส่วนที่เหมาะสม ร่างกายของคนเราประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาพลาญจะทำงานต่างกัน ยิ่งอายุมากขึ้นระบบเผาพลาญจะทำงานได้น้อยลง ร่างกายจึงต้องการอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานน้อยลง เพราะหากกินอาหารเข้าไปเยอะ ร่างกาย เผาพลาญไม่หมด ไขมันส่วนที่เหลือก็จะไปสะสมเป็นไขมันส่วนเกินทำให้อ้วน เมื่ออ้วนจะทำให้แลดูแก่ ซึ่งอาหารจะต้องมีอัตราส่วนของผักผลไม้ : เนื้อสัตว์ : ข้าว คือ 2 : 1 : 1 ในทุกมื้อ 3.ดื่มน้ำสะอาดให้มาก ระหว่างวันจะต้องดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 1.5 – 2 ลิตร น้ำจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของตับที่ทำหน้าที่ขจัดไขมันออกจากร่างกาย ช่วยล้างสารพิษและเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเซลล์ เพราะองค์ประกอบหลักของเซลล์ทั่วร่างกายคือน้ำ หากร่างกายขาดน้ำ เซลล์จะเหี่ยวย่นจนเป็นที่มาของริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่หากร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอเซลล์จะเต่งตึงแลดูสดใส อ่อนเยาว์ 4.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยขับของเสียที่สะสมอยู่ตามรูขุมขนให้ออกมาพร้อมกับเหงื่อ พร้อมกับกระตุ้นการเต้นของหัวใจทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ตามอวัยวะได้อย่างทั่วถึง เซลล์จึงมีความแข็งแรง […]

Read more
เทคนิคการดูแลผมให้เงางาม

เทคนิคการดูแลผมให้เงางาม แบบง่ายแต่ได้ผลจริง

เส้นผมเป็นส่วนที่อยู่สูงสุดของร่างกายที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและใบหน้าให้ดูดีน่ามอง หากผมเสีย ชี้ฟูแลดูสุขภาพไม่ดี จะทำให้ใบหน้าแลดูหม่อนหมองไม่น่ามองไปด้วย ในทางกลับกันทางผมนุ่มสลวยเป็นเงางามจะส่งให้ใบหน้าแลดูผ่องใสหน้ามองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทำสีผมให้เหมาะกับสีผิวจะทำให้ใบหน้าแลดูสว่างและอ่อนเยาว์อีกด้วย ดังนั้นการดูแลเส้นผมที่ดีจะช่วยหเส้นผมมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเคล็ดลับการดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดีมีดังนี้ 1.ใช้ครีมนวดผมทุกครั้ง หลังการสระผมให้สะอาดด้วยยาสะผมแล้ว จะต้องใช้ครีมนวดผมหรือทรีตเม้นต์บำรุงผมโชลมมให้ทั่วตั้งโคนจรดปลายผม และทิ้งไว้ 5 -10 นาทีแล้วจึงล้างออก ครีมนวดผมหรือทรีตเม้นต์บำรุงผมจะเข้าไปเคลือบเกร็ดผมที่เปิดออกในระหว่างการสระเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกไป ทำให้เกร็ดผมปิดลงเป็นการลดการสูญเสียน้ำของเส้นและเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเส้นผม ผมจึงมีสุขภาพดี 2.อย่าเป่าผมด้วยความร้อน หากไม่ได้ไปสระผมตามร้านทำผม ไม่ควรทำการเป่าผมด้วยไดร์ที่มีความร้อน แต่ให้เป่าด้วยพัดลมหรือปล่อยไว้ให้แห้งเองหากมีเวลาเพียงพอ เพราะความร้อนจากไดร์เป่าผมจะเข้าไปทำให้ผมสูญเสียน้ำออกจากเส้นผม ผมจึงแห้งกรอบแต่หากไปที่ร้านทำผม ทางร้านจะมีน้ำยาเคลือบผมเพื่อป้องกันความร้อนเข้าไปทำร้ายผม ทาลงบนเส้นผมก่อนการไดร์ทุกครั้ง เส้นผมที่ไดร์ออกจากร้านจึงชุ่มชื่นนั่นเอง 3.หวีผมก่อนนอน เราเคยได้ยินว่าให้หวีผมร้อยครั้งก่อนนอนแล้วผมจะมีสุขภาพที่ดี คำดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ควรปฏิบัติเพราะการหวีผมจะไปกระตุ้นที่รากผมให้มีความแข็งแรง รากผมที่แข็งแรงจะสามารถดูดซึมสารอาหารเข้าสู่เส้นผมได้มาก ขึ้น โดยการหวีจะต้องทำการหวีตั้งแต่โคนผมจรดปลายผมทุกครั้งถึงจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงได้ นี่เป็นเทคนิคการดูแลเส้นผมที่จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง เงางาม โดยการดูแลผมที่ดีจะต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนเส้นผมออกให้หมด บำรุงเส้นผมด้วยครีมนวดหรือทรีตเม้นต์หลังสระผม อย่าให้ผมโดนความร้อนมากนักและกระตุ้นรากผมทุกครั้งก่อนนอน เพียงเท่านี้ผมที่เคยหยาบกระด้างและชี้ฟูจะเปลี่ยนเป็นผมที่เงางามสุขภาพดีได้แน่นอน

Read more
เคล็ดลับดูแลผิวหน้าสู้ร้อน

เคล็ดลับดูแลผิวหน้าสู้ร้อน แบบไร้ฟ้าไร้จุดด่างดำ

ย่างเข้าหน้าร้อนที่ถือว่าร้อนจัดในรอบหลายสิบปี สิ่งที่ตามมากับความร้อนก็คือปัญหาฝ้าและจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่เกิดจากรังสียูวีจากแสงแดดที่แผดเผาอย่างไม่เกรงใจผิวสวย ๆ ที่ต้องระคายเคืองกันเลย แต่จะทำยังไงได้เพราะหน้าร้อนแบบนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว การเดินทางคือการพักผ่อนเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม เติมพลังให้กลับมาทำงานต่อไป สำหรับใครกำลังกังวลกับปัญหาฟ้าและจุดด่างดำจากแดดแล้ว ไม่ต้องห่วงไปเพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าที่ช่วยป้องกันฝ้าและจุดด่างดำจากแสงแดดมาบอกกันดังนี้ 1.ทาครีมกันแดด ครีมกันแดดเป็นสิ่งแรกที่เป็นตัวช่วยป้องกันฟ้าและจุดด่างดำได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในร่มหรือออกกลางแดดก็ต้องทาครีมกันแดดตลอดเวลา ซึ่งครีมกันแดดจะต้องมี SPF+++ ที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA UVB และ UVC ครบทั้งสามตัว หากครีมกันแดดตัวใดไม่ครบต้องหาครีมกันแดดอีกตัวมาช่วยเสริมด้วย และการทาจะต้องทาครีมกันแดดก่อนการทางแป้งรองพื้นและก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดประสานตัวกับผิวหนังทำให้มีประสิทธิภาพในการกันแดดสูงสุด 2.เติมน้ำแร่ ระหว่างวันที่ต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดและความร้อน ผิวหน้าต้องพบความกับความร้อน รังสียูวีเข้ามาทำร้ายผิวจนผิวสูญเสียความชื่นทำให้ผิวแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวแห้งกร้าน ดั้งนั้นต้องทำการฉีดน้ำแร่บนใบหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว โดยการฉีดน้ำแร่จะต้องทำการฉีดบนใบหน้าทุก 3 – 4 ชั่วโมง 3.Cool down หลังออกแดด หากต้องออกไปโดนแสงแดดและความร้อนให้รีบทำการ Cool Down ผิวหน้าทันที ด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดหรือประคบใบหน้าด้วยน้ำแข็งหรือผ้าเย็นที่ไม่มีน้ำหอมจนความร้อนบนผิวหน้าหมดไป การ Cool Down จะช่วยลดอาการแสบร้อนจากแสงแดดและความร้อน เพราะผิวหนังได้รับการระบายความร้อนไปจนหมดแล้ว ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็ว รับรองว่าหากทำตามเคล็ดลับข้างต้น ต่อให้อากาศร้อนหรือแสงแดดจะแผดเผาขนาดไหน ผิวหน้าของคุณก็จะยังดูสดใสไร้ฟ้าและจุดด่างดำ รู้เคล็ดลับดีดีแบบนี้ […]

Read more