ผิวกระจก

ผิวกระจก (Glass Skin) คือผิวที่เรียบเนียน กระจ่างใส และสามารถทำให้เกิดขึ้นได้กับทุกสีผิว ไม่ว่าคุณจะมีผิวขาวเหลือง ผิวขาวอมชมพู ผิวสีแทน ผิวสีน้ำผึ้ง ก็สามารถมีผิวกระจกนี้ได้เหมือนกันทั้งหมด เพราะลักษณะของผิวในรูปแบบนี้คือผิวที่มีสุขภาพดี ผิวดูไม่มีรู เปล่งปลั่ง และโปร่งแสง ซึ่งไม่ได้มาจากการบำรุงภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากการบำรุงภายในอีกด้วยด้วยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ลดน้ำตาล และควบคู่ไปกับการบำรุงภายนอกที่เราจะนำมาแนะนำกันในบทความนี้  

ขั้นตอนการดูแลผิวกระจก (Glass Skin)  

1.ทำความสะอาดใบหน้า 2 ครั้ง

สำหรับการทำความสะอาดใบหน้า 2 ครั้งนี้จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนแบบสุด ๆ ไม่ผสมน้ำหอมและไม่ทำให้ใบหน้าสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไป 

2. การขัดผิว

การขัดผิวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วส่วนเกินออกไป และขจัดสิวหัวดำบนผิวหนัง และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สครับผิวหน้าที่เหมาะกับผิวหน้าจริง ๆ ไม่นำผลิตภัณฑ์สครับผิวกายมาใช้กับผิวหน้า เพราะว่าเม็ดสครับอาจจะบาดผิวหน้ามากจนเกินไปอาจทำให้ผิวเกิดการอักเสบหรือลอกได้ 

3. ใช้โทนเนอร์

โทนเนอร์ช่วยรีเซ็ตค่า pH ของผิวและทำให้การบำรุงด้วยครีมต่าง ๆ ซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น แนะนำให้ใช้โทนเนอร์ที่มีระดับ pH ใกล้เคียงกับระดับธรรมชาติของผิวคุณ และไม่ผสมแอลกอฮอล์ 

4. ใช้เอสเซนส์

เอสเซนส์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักซึ่งเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี จะช่วยเพิ่มการกักเก็บความชื้นในผิว และยังให้ประกายผิวตามธรรมชาติอีกด้วย   

5. ทาเซรั่ม 

แนะนำให้คุณทาเซรั่มที่มีการผสมสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยปกป้องผิวของคุณจากอนุมูลอิสระ ให้เลือกเซรั่มที่มีวิตามินหรือกรดไฮยาลูโรนิก เพราะกรดไฮยาลูโรนิกจะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวของคุณ แล้วจะเป็นการกระตุ้นให้ผิวหน้าของคุณมีการเปล่งประกายตามธรรมชาติ 

6. ทามอยเจอร์ไรเซอร์ 

แนะนำให้คุณเลือกทามอยเจอร์ไรเซอร์ที่จะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวทันที เพราะจะทำให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนนุ่ม ครีมต้องบางเบา ซึมซาบเร็ว และให้ความชุ่มชื้นโดยไม่ทิ้งความรู้สึกหนักและมันเยิ้มไว้บนใบหน้า 

และต่อให้คุณมีการบำรุงมากถึงขนาดไหนสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรจะมองข้ามอย่างเด็ดขาดเลยนั่นก็คือ การทาครีมกันเเดดทุกครั้งก่อนที่คุณจะออกนอกบ้าน เพราะว่าแสงแดดเป็นตัวการทำร้ายผิวในระดับสูงสุดดังนั้นแล้วถ้าคุณมีการบำรุงผสมผสานไปพร้อม ๆ กับการป้องกันผิว ก็จะทำให้การบำรุงผิวของคุณมีประสิทธิภาพในระดับสูงสุด และการมีผิวที่ดูสุขภาพดีสะท้อนแสงมีความมันวาวสวยงาม ก็จะเกิดขึ้นกับผิวของคุณอย่างแน่นอน 

Explore More

การเข้าสปาส่งผลที่ดีอย่างไร

การทำสปา

การดูแลตนเองและการพักผ่อนมีความสำคัญมากขึ้นในชีวิตที่เร่งรีบและตึงเครียดของเรา ถนนสายหนึ่งที่มอบโอเอซิสแห่งความเงียบสงบและการฟื้นฟูคือสปา การไปสปาสามารถเป็นประสบการณ์บำบัดที่ยอดเยี่ยมซึ่งให้ประโยชน์ทั้งร่างกายและจิตใจ เรามาสำรวจข้อดีมากมายที่รอผู้ที่เลือกที่จะก้าวเข้าสู่การสปานั้นเอง ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งของการไปสปาคือโอกาสในการผ่อนคลายและคลายความเครียด ในโลกที่วุ่นวายทุกวันนี้ ความเครียดกลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่นำไปสู่ความเหนื่อยล้า วิตกกังวล และความรู้สึกไม่สมดุลโดยรวม สปาเป็นสถานที่หลบภัยจากความวุ่นวาย ช่วยให้บุคคลตัดขาดจากความกังวลในชีวิตประจำวันและดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งความสงบและเงียบสงบ บรรยากาศที่ผ่อนคลายควบคู่ไปกับการบำบัดผ่อนคลาย เช่น การนวดและอโรมาเธอราพีสามารถบรรเทาความเครียดและฟื้นฟูความสงบภายในได้ ข้อดีของการไปสปาคือผลดีต่อสุขภาพกาย การทำสปามักจะรวมถึงการนวดบำบัดที่เน้นเฉพาะส่วนของร่างกาย ส่งเสริมการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อและลดความตึงเครียด การนวดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาในทันที แต่ยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต เพิ่มความยืดหยุ่น และบรรเทาอาการปวดเรื้อรัง นอกจากนี้ สปาหลายแห่งยังมีการบำบัดเฉพาะทาง เช่น วารีบำบัด ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการตึงของข้อต่อและเพิ่มความคล่องตัวโดยรวม การใช้เวลาในการดูแลสุขภาวะทางกายที่สปาสามารถนำไปสู่ประโยชน์ด้านสุขภาพในระยะยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากประโยชน์ทางร่างกายแล้ว สปายังส่งผลอย่างมากต่อสุขภาพจิตอีกด้วย ทรีตเมนต์สปาหลายแห่งผสมผสานองค์ประกอบของอโรมาเธอราพี

เคลียร์หน้าพังด้วยเลเซอร์รอยสิว เทคโนโลยีใหม่ที่ฟื้นผิวไวกว่าเดิม

เลเซอร์รอยสิว

                ปัญหารอยสิวไม่ว่าจะเป็นรอยแดงหรือรอยดำที่ฝังลึก ถือเป็นปัญหาที่กวนใจที่สุดสำหรับใครหลาย ๆ คน ซึ่งรอยเหล่านี้มักใช้เวลานานในการจางหายไป ทำให้เริ่มมองหาทางลัดด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์รอยสิว ในปัจจุบันวิวัฒนาการของ เลเซอร์ได้ก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และที่สำคัญคือฟื้นตัวไว ทำให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ต้องกังวล และนี่คือเรื่องราวของเลเซอร์ที่พูดถึง กลไกทำงานที่ตอบโจทย์แต่ละปัญหาผิวของเลเซอร์รอยสิวแต่ละชนิด เลเซอร์สำหรับรอยแดง (Vascular Lasers) กลไกการทำงาน: เลเซอร์รอยสิวกลุ่มนี้จะปล่อยพลังงานแสงที่เน้นไปที่เม็ดสีแดงหรือฮีโมโกลบินในเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยแดงจากสิว จุดเด่น: มีความจำเพาะเจาะจงสูงต่อเม็ดสีแดง ทำให้ลดรอยแดงได้อย่างรวดเร็ว มีระยะเวลาพักฟื้นสั้นมาก เลเซอร์สำหรับรอยดำ (Pigment Lasers) กลไกการทำงาน: จะปล่อยพลังงานเพื่อทำลายเม็ดสีเมลานินที่ก่อให้เกิดรอยดำจากสิวให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ

สิวอุดตันรักษาได้ ไม่ต้องกังวล

การรักษาสิวอุดตัน

สิว เป็นปัญหาที่ใครๆ ก็ไม่ได้อยากเจอสักเท่าไหร่ เพราะลดความมั่นใจของเราลงไปเยอะเลย ซึ่งสิวก็มีหลายประเภท แต่ที่น่าหนักใจไม่น้อยกว่าประเภทอื่นๆ เลยนั่นก็คือสิวอุดตัน เป็นสิวที่ไม่เกิดการอักเสบแต่ว่าเป็นตุ่มนูน เกิดจากการจับตัวของสิ่งตกค้างอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขน รวมถึงไขมันที่ผลิตมาเพื่อความเติมความชุ่มชื้นบนใบหน้าที่ไม่สามารถออกมาได้ จะเป็นตุ่มนูนเล็กๆที่สังเกตได้ง่ายเวลาส่องกระจก และเมื่อลูบดูเราจะเจอความรู้สึกนูนเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง ซึง่มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น มีสิ่งที่กระตุ้นผิวหนังจนเกิดความระคายเคือง เช่น การขัดหน้า บีบสิว มลภาวะต่างๆในระหว่างวัน เป็นต้น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะมีวิธีการดูแลรักษาสิวอุดตันให้หายได้ มาดุกันเลยว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง ทำความสะอาดหน้าด้วยการใช้คลีนซิ่ง ใครบอกว่าแค่โฟมล้างหน้าก็เพียงพอ นี่ขอเถียงให้ใจขาด เพราะบางครั้งลองล้างหน้าด้วยโฟมแล้วมาเช็ดด้วยโทนเนอร์ต่อยังคงมีร่องรอยของเครื่องสำอางตกค้างอยู่เลย ดังนั้นเพื่อรักษาสิวอุดตันจะต้องทำดับเบิลเคลนวิ่ง คือการใช้คลีนซิ่งไม่ว่าจะเป้น