เคล็ดลับดูแลผิวหน้าสู้ร้อน

ย่างเข้าหน้าร้อนที่ถือว่าร้อนจัดในรอบหลายสิบปี สิ่งที่ตามมากับความร้อนก็คือปัญหาฝ้าและจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่เกิดจากรังสียูวีจากแสงแดดที่แผดเผาอย่างไม่เกรงใจผิวสวย ๆ ที่ต้องระคายเคืองกันเลย แต่จะทำยังไงได้เพราะหน้าร้อนแบบนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว การเดินทางคือการพักผ่อนเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม เติมพลังให้กลับมาทำงานต่อไป สำหรับใครกำลังกังวลกับปัญหาฟ้าและจุดด่างดำจากแดดแล้ว ไม่ต้องห่วงไปเพราะวันนี้เรามีเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าที่ช่วยป้องกันฝ้าและจุดด่างดำจากแสงแดดมาบอกกันดังนี้

1.ทาครีมกันแดด ครีมกันแดดเป็นสิ่งแรกที่เป็นตัวช่วยป้องกันฟ้าและจุดด่างดำได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในร่มหรือออกกลางแดดก็ต้องทาครีมกันแดดตลอดเวลา ซึ่งครีมกันแดดจะต้องมี SPF+++ ที่สามารถป้องกันได้ทั้ง UVA UVB และ UVC ครบทั้งสามตัว หากครีมกันแดดตัวใดไม่ครบต้องหาครีมกันแดดอีกตัวมาช่วยเสริมด้วย และการทาจะต้องทาครีมกันแดดก่อนการทางแป้งรองพื้นและก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดประสานตัวกับผิวหนังทำให้มีประสิทธิภาพในการกันแดดสูงสุด

2.เติมน้ำแร่ ระหว่างวันที่ต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดและความร้อน ผิวหน้าต้องพบความกับความร้อน รังสียูวีเข้ามาทำร้ายผิวจนผิวสูญเสียความชื่นทำให้ผิวแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวแห้งกร้าน ดั้งนั้นต้องทำการฉีดน้ำแร่บนใบหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว โดยการฉีดน้ำแร่จะต้องทำการฉีดบนใบหน้าทุก 3 – 4 ชั่วโมง

3.Cool down หลังออกแดด หากต้องออกไปโดนแสงแดดและความร้อนให้รีบทำการ Cool Down ผิวหน้าทันที ด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดหรือประคบใบหน้าด้วยน้ำแข็งหรือผ้าเย็นที่ไม่มีน้ำหอมจนความร้อนบนผิวหน้าหมดไป การ Cool Down จะช่วยลดอาการแสบร้อนจากแสงแดดและความร้อน เพราะผิวหนังได้รับการระบายความร้อนไปจนหมดแล้ว ทำให้ผิวฟื้นตัวได้เร็ว

รับรองว่าหากทำตามเคล็ดลับข้างต้น ต่อให้อากาศร้อนหรือแสงแดดจะแผดเผาขนาดไหน ผิวหน้าของคุณก็จะยังดูสดใสไร้ฟ้าและจุดด่างดำ รู้เคล็ดลับดีดีแบบนี้ ร้อนนี้จะไปเที่ยวไหนก็ไม่ต้องกังวลว่ากลับมาผิวหน้าเสีย แต่อย่าลืมพกครีมกันแดด สเปรย์น้ำแร่กับผ้าเย็นไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ติดกระเป๋าไปด้วยทุกครั้ง ระหว่างวันนอกจากเติมน้ำแร่บนใบหน้าแล้ว ก็ให้ดื่มน้ำสะอาดมากด้วย แบบนี้กลับจากเที่ยวผิวหน้าจะยังสวยและมีพลังมากกว่าเดิมแน่นอน

Explore More

แนะนำคุชชั่นบางเบาเหมาะกับวันสบายๆ

คุชชั่น

ในปัจจุบันมีเครื่องสำอางหลากหลายประเภทให้เราเลือกใช้ตามความต้องการ ซึ่งขั้นตอนของการเตรียมผิวหน้าและปกปิดเป็นขั้นตอนที่สำคัญ  เพราะมันจะเป็นตัววัดความสมบูรณ์แบบในการแต่งหน้า ซึ่งไอเทมที่จะใช้ในการปกปิดได้ดีที่สุดคือผลิตภัณฑ์รองพื้น แต่สำหรับบางคนก็จะรุ้สึกว่ารองพื้นนั้นให้ความรู้สึกที่หนักหน้ามากจนเกินไป จึงหันมาเลือกใช้คุชชั่นที่ทำหน้าที่เดียวกับรองพื้น และให้ความสบายผิวและบางเบามากกว่า วันนี้เราได้รวบรวมคุชชั่นบางเบา เหมาะกับวันสบายๆ มาแนะนำกันเลย Jung Saem Mool Skin Nuder Cover Layer Cushion ถ้าพูดถึงคุชชั่นแล้วไม่พูดถึง Jung Saem Mool Skin Nuder Cover Layer Cushion ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะคุชชั่นตัวนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจากสาวๆ ที่ได้ลองใช้

มาทำให้ผิวหน้าสตรองกันกับเครื่องสำอางราคาถูก

เป็นผู้หญิงในยุคนี้ต้องสตรองจริง ๆ ด้วยสถานการณ์ในประเทศที่ได้เกิดขึ้น ทั้งเรื่องฝุ่น pm2.5 รวมทั้งโรคระบาดอย่างโควิดอีก ต้องทำงานอยู่ที่บ้านอีกโดนกักตัวต่าง ๆ หลาย ๆ อย่างทำให้การใช้ขีวิตของเราดรอปลงไป ไม่ค่อยมันส์เท่าปีก่อน ๆ แล้ว แต่ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิ่งหนึ่งทึ่ยังต้องดำรงอยู่ต่อ นั่นก็คือความสวยของตัวเรา จะหยุดสวยก็ไม่ได้ จะให้อยู่บ้านแบบโทรม ๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะฉะนั้นเรามาหาเรื่องทำสวยอยู่บ้านกันดีกว่า ด้วยเครื่องสำอางราคาถูก เพราะในยุคนี้ถ้าจะใช้อะไรของแพงคงต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีหน่อย มาใช้เครื่องสำอางราคาถูกดีกว่า ไม่ต้องคิดเยอะ •มาแต่งหน้าเล่นตามเทรนด์กัน 1 ฟองน้ำลงรองพื้นเป็นตัวช่วยในการแต่งหน้าที่ควรมีติดไว้ เมื่อแตะลงบนพื้นผิวจะช่วยให้รองพื้นเนียนกับผิวได้ดี เวลาใช้ฟองน้ำจะแตะๆ

อยากสวยแลดูอ่อนกว่าเยาว์ต้องทำอย่างนี้

อยากสวยแลดูอ่อนกว่าเยาว์

การดูอ่อนเยาว์ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกคน เพราะคงไม่มีใครอยากแลดูแก่ ไปไหนมาไหนคนที่อายุน้อยกว่าก็มีคนเรียกว่าพี่ ป้าหรือยายอยู่ตลอดเรื่อยๆ แต่จะทำอย่างไรถึงจะแลดูอ่อนเยาว์ใครเห็นก็ไม่สามารถเดาอายุที่แท้จริงได้ หากอยากรู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้างมาดูกันเลย 1.นอนให้พอ การพักผ่อนร่างกายด้วยการนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด และจะต้องเป็นการนอนที่มีคุณภาพ ด้วยการงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและอาหารที่มีน้ำตาลสูงก่อนนอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นอนก่อนสี่ทุ่มและนอนในห้องมือสนิทที่มีอุณหภูมิระหว่าง 28-30 องศา ช่วงเวลาการนอนที่มีคุณภาพร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและสร้างเซลล์ใหม่ที่แข็งแรง ร่างกายจึงมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใส 2.กินอาหารในอัตราส่วนที่เหมาะสม ร่างกายของคนเราประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาพลาญจะทำงานต่างกัน ยิ่งอายุมากขึ้นระบบเผาพลาญจะทำงานได้น้อยลง ร่างกายจึงต้องการอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานน้อยลง เพราะหากกินอาหารเข้าไปเยอะ ร่างกาย เผาพลาญไม่หมด ไขมันส่วนที่เหลือก็จะไปสะสมเป็นไขมันส่วนเกินทำให้อ้วน เมื่ออ้วนจะทำให้แลดูแก่ ซึ่งอาหารจะต้องมีอัตราส่วนของผักผลไม้ : เนื้อสัตว์ :