ยาพาราเซตามอล ถือเป็นยาสามัญประจำบ้าน ที่ทุกบ้านจะต้องมีติดเอาไว้ เพราะเป็นยาที่ช่วยแก้อาการปวด ไม่ว่าจะปวดหัว ปวดฟัน ปวดท้อง แถมยังช่วยแก้ไข้หวัดได้เบื้องต้น แต่รู้หรือไม่การทานยาพาราเซตามอลส่งผลเสียต่อร่างกายด้วยนะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยเตรียมข้อมูลการทานยาพาราเซตามอลอย่างไรให้ปลอดภัยมาฝาก

มาทำความรู้จักยาพาราเซตามอลกันก่อน

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาที่ใช้เพื่อลดไข้และแคบปวด มันเป็นยาต้านการรับรู้ความเจ็บ (pain reliever) และยาลดไข้ (fever reducer) ที่อันดับต้น ๆ สำหรับการรักษาอาการปวดหัว, ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดฟัน, และลดไข้ในกรณีป่วย ยาพาราเซตามอลมักถูกนำมาใช้ในการบรรเทาอาการปวดและไข้โดยกว่า 60 ปีแล้วและยังคงเป็นยาที่มีความปลอดภัยเมื่อใช้ตามข้อแนะนำ อย่างไรก็ตาม การใช้ยานี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์หรือบรรจุภัณฑ์ของยา เนื่องจากการใช้เกินขนาดที่แนะนำหรือเวลาที่ไม่เหมาะสมอาจสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูกันว่า ข้อควรรู้และข้อควรระวังก่อนใช้ยาเป็นอย่างไร

ข้อควรระวังในการทานยาพาราเซตามอล

  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาพาราเซตามอล
  • ห้ามใช้ยาพาราเซตามอลเกินปริมาณที่ระบุในฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์ ควรใช้เมื่อมีคำแนะนำจากแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น การใช้ยาเกินปริมาณที่แนะนำอาจเกิดผลกระทบร้ายแรงและเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิต
  • หลีกเลี่ยงใช้ยาพาราเซตามอลพร้อมกับยาอื่นที่มีพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบ เพราะอาจทำให้ได้ยาเกินปริมาณ
  • หากมีไข้สูง (อุณหภูมิร่างกายมากกว่า 39.5 เซลเซียส) ควรรีบพบแพทย์
  • หากคุณมีโรคเรื้อรังเช่นโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงจากยาได้
  • คุณสามารถทานยาพาราเซตามอลก่อนหรือหลังอาหาร
  • ยาพาราเซตามอลเป็นยาตามอาการ หากไม่มีอาการปวดหรือไข้ไม่จำเป็นต้องทาน
  • การใช้ยาพาราเซตามอลต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินไป, การทานยาเป็นจำนวนมากเกินไป, หรือการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาอาจเสี่ยงให้ตับมีปัญหาทำงานไม่ปกติและอาจเกิดภาวะตับอักเสบหรือตับวายได้

ขนาดยาที่ควรทาน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิต

ในประเทศไทย มียาพาราเซตามอลในรูปแบบและความแรงที่หลากหลาย ยาพาราเซตามอลสำหรับผู้ใหญ่มักเป็นยาเม็ด ตัวยาพาราเซตามอลในยาเม็ด 1 เม็ดอาจมีขนาด 325 มิลลิกรัมหรือ 500 มิลลิกรัม ในทางกลับกัน ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กมักเป็นยาน้ำ โดยใน 1 ช้อนชา (5 ซีซี) อาจมีขนาด 120 มิลลิกรัม, 160 มิลลิกรัม หรือ 250 มิลลิกรัม เป็นต้น

ขนาดของยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องควรเป็นไปตามน้ำหนักของบุคคล การทานยาครั้งเดียว แนะนำให้ใช้ยาตามความหนักตัว 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว หากน้ำหนักตัวมากกว่า 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แปลว่าการใช้ยาเกินขนาด ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงต่อตับได้

  • สำหรับผู้ใหญ่, คำแนะนำคือการทานครั้งละ 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ควรหลีกเลี่ยงการทานเกิน 8 เม็ดต่อวันหรือ 4 กรัมต่อวัน และไม่ควรทานยาเป็นระยะเวลานานเกิน 5 วัน
  • สำหรับเด็กหรือผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยหรือมีโรคประจำตัวเช่นโรคตับ อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยา ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอทุกครั้งก่อนทานยา เพื่อให้ท่านทานยาในขนาดที่ถูกต้องและเหมาะสมและปลอดภัยต่อร่างกายของท่าน ไม่เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย

Explore More

ตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจอะไรบ้าง

ตรวจสุขภาพทั่้วไป

สุขภาพดี เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ และอยากจะมีเหมือนกันทุกคน ถึงแม้จะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม ขอแค่ให้มีสุขภาพดีอย่างเดียว ก็มีความสุขได้แล้ว แต่ถ้าเกิดมารวย แล้วสุขภาพไม่ดี ต้องเจอกับโรคร้ายตลอดเวลา ชีวิตมันก็คงไม่มีความสุขแน่นอน คนที่ต้องการจะมีสุขภาพที่ดี จึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย หรือว่าการดูแลอาหารที่กินเข้าไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น ที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดี และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือการตรวจสุขภาพ ที่จะช่วยให้เรารู้สภาพร่างกายของเรา และเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือ และการดูแลตัวเองให้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังเตรียมตัวป้องกันโรคต่างๆ ที่มันอาจจะก่อนให้เกิดความเสี่ยงคือโรคร้าย เพื่อรักษา และป้องกันให้ทันท่วงที แล้วการตรวจสุขภาพทั่วไป มีการตรวจอะไรบ้าง การ ตรวจสุขภาพทั่วไป นั้นจะแบ่งการตรวจเป็นช่วงอายุที่แตกต่างกัน 

เตือนภัยข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้นํ้าเกลือล้างจมูกอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

นํ้าเกลือล้างจมูก

ความเข้าใจผิดที่ทำให้เกิดความเสี่ยงติดเชื้อจากนํ้าเกลือล้างจมูก การใช้นํ้าเกลือล้างจมูก เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในการดูแลสุขภาพระบบทางเดินหายใจส่วนบน เพราะช่วยขจัดสารคัดหลั่งและลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากไม่ระมัดระวังในขั้นตอนการล้างจมูก อาจเกิดการติดเชื้อหรือผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ บทความนี้จะเน้นเจาะลึกข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและการป้องกันเชื้อโรคจากมุมมองเชิงเทคนิค เพื่อให้การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อย คือการใช้แหล่งน้ำที่ไม่ปลอดภัย เช่น นํ้าเกลือที่ผสมนํ้าปราศจากเชื้อ หรือการใช้นํ้าประปาที่ไม่ได้ผ่านการต้มก่อนทำเป็นน้ำเกลือ อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือปรสิตเข้าสู่โพรงจมูกได้ นอกจากนั้น การใช้ขวดหรืออุปกรณ์ล้างจมูกที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างเหมาะสม ก็เพิ่มโอกาสในการสะสมเชื้อโรคภายในได้เช่นกัน นอกจากนี้ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการล้างจมูกบ่อยครั้งในหนึ่งวันจะยิ่งช่วยให้จมูกสะอาดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วการล้างจมูกบ่อยเกินไปอาจทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและระคายเคือง เสี่ยงต่อการเกิดแผลเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้นแทน ขั้นตอนที่ถูกต้องในการเตรียมนํ้าเกลือสำหรับล้างจมูก การเตรียมนํ้าเกลือที่ปลอดภัยและมีความเข้มข้นเหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อ โดยทั่วไปความเข้มข้นของน้ำเกลือควรอยู่ที่ประมาณ 0.9%

รักษาสิวบนหลังให้หายขาดอย่างไร ? เรามีคำตอบมาให้คุณ

รักษาสิวบนหลัง

สิวบนหลัง ปัญหาใหญ่ที่ใครหลายคนประสบกับปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่ากับสิวบนหน้า แต่โอกาสที่คนอื่นจะได้เห็นนั้นก็น้อยเช่นกัน ถ้าหากคุณไม่สวมบิกีนี่เดิมริมชายหาด เพราะฉะนั้นแล้วการเกิดรอยสิวแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นบนตัวเราอย่างแน่นอน แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการรักษาสิวบนหลังที่ถูกต้อง วิธีการรักษาสิวบนหลังที่คุณควรรู้  สิวบนหลังสามารถรักษาได้อย่างไร  ก่อนเราจะไปดูวิธีการรักษากัน เราต้องมาดูกันก่อนว่า สิวบนหลัง นั้นมีสาเหตุการเกิดจากอะไร เหงื่อไคล อากาศร้อนจะกระตุ้นให้เหงื่อและไคลออกมามากกว่าปกติ จนเกิดเป็นการหมักหมม รูผิวขุมขนบนหนังที่เปิดกว้างทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปสะสมอุดตัน จนทำให้เกิดสิว นอกจากนี้การสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี การสวมชุดนอนซ้ำ ๆ หรือการไม่อาบน้ำหลังจากการเล่นกีฬาก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน  ฮอร์โมน สิวที่ขึ้นทุกที่บนร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำตัว แผ่นหลัง ก้น มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือน