ทานยาต้านเศร้าแล้วจะดีขึ้น?

เมื่อเรานั้นศร้าบ่อย ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องทานยารักษาเหมือนกับโรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัวแล้วทานยาพาราเซติมอล หรือว่าเจ็บคอต้องทานยาแก้อักเสบ ซึ่งความเศร้าก็ไม่ต่างกันกับอาการป่วยต่าง ๆ มือเราเศร้ามากเกินความจำเป็นก็ต้องทานยาต้านเศร้าเพื่อที่จะให้อารมณ์ของเรานั้นกลับมาสมดุลย์ เหมือนกับโลกอื่น ๆ แต่ยาต้านเศร้าก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียทก่อนที่เราจะทานยาอะไรเราจะต้องทำความรู้จักกับสิ่งนั้นให้ดีก่อน หรือได้รับการแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ทำความรู้จักยาต้านเศร้า

ยาต้านเศร้าอาจรักษาได้เพียงอาการที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถรักษาที่สาเหตุได้โดยตรง ซึ่งยาต้านเศร้า (Antidepressant) มีหน้าที่ออกฤทธิ์โดยปรับระดับสารเคมีในสมองอย่างเซราโทนินและนอร์อะดรีนาลีนให้สมดุล ถือว่าเป็นกลุ่มยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้าและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ทั้งยังอาจใช้รักษาโรคอื่นได้อีกด้วยเช่นกัน ๆ เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ โรควิตกกังวล และโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) เป็นต้น 

และถ้าหากว่าเราต้องการที่จะรักษาความเศร้าให้หายไปทั้งต้นตอและสาเหตุ ควรทานยาต้านเศร้าควบคู่กับจิตบำบัด ซึ่งการบำบัดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับสารเคมีในสมองของแต่ละคนอีกที่แตกต่างกันออกไป เราจึงควรเข้าทำการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลแบบมีประสิทธิภาพมากที่สุด

นอกจากนี้ สารเคมีในสมองที่เปลี่ยนแปลงอาจไปรบกวนการส่งสัญญาณของสารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แพทย์จึงอาจใช้ยาต้านเศร้าเพื่อรักษาอาการปวดในระยะยาวด้วยเช่นกัน

ยาต้านเศร้าแต่ละประเภท

ยาต้านเศร้ามีมากมายและหลายแบบ มีคุณสมบัติที่ต่างกันออไป ตัวอย่างเช่น

1 ฟลูออกซิทีน 

ใช้รักษาอาการจากโรคซึมเศร้า โรคตื่นตระหนก โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคบูลิเมีย และกลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติก่อนมีประจำเดือน เป็นยาในกลุ่มเอสเอสอาร์ไอ

2 เซอร์ทราลีน 

ใช้รักษาอาการจากโรคซึมเศร้า โรคตื่นตระหนก และโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เป็นยาในกลุ่มเอสเอสอาร์ไอ 

3 อะมิทริปไทลีน

ใช้รักษาอาการจากโรคซึมเศร้าและโรคปลายประสาทอักเสบ เป็นยาในกลุ่มไตรไซคลิก

4 นอร์ทริปไทลีน

ใช้รักษาอาการจากโรคซึมเศร้าและอาการปัสสาวะรดที่นอน เป็นยาในกลุ่มไตรไซคลิก 

5 เซเลกิลีน

ใช้รักษาอาการจากโรคซึมเศร้า และอาการเคลื่อนไหวผิดปกติจากโรคพาร์กินสัน เป็นยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ 

6 ไอโซคาร์บอกซาซิด

ใช้รักษาอาการจากโรคซึมเศร้า มักใช้ในกรณีที่ยาตัวอื่นใช้ไม่ได้ผล เป็นยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ 

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด่วน

จะเห็นได้ว่ายาต้านเศร้านั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายประเภท เพื่อที่จะได้เข้าถึงประสิทธิภาพอย่างแท้จริงแก้ไขได้ตรงจุด เราจึงควรที่จะพบแพทย์ก่อนที่จะทานยาอะไรก็แล้วแต่ เพื่อที่จะได้ยาต้านเศร้ามาในแบบที่ตอบโจทย์ที่สุด

Explore More

ประโยชน์ของ เตียงปรับไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัย

เตียงปรับไฟฟ้า

การพักผ่อนและการนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย เตียงปรับไฟฟ้ากลายเป็นตัวช่วยที่เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการนอน ทั้งยังช่วยให้การเคลื่อนไหวบนเตียงเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ การปรับระดับที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ การปรับพนักพิงและขา ฟังก์ชันการเอนตัวหลากหลาย ความปลอดภัยและการใช้งานง่าย ฟังก์ชันเสริมเพื่อสุขภาพ ระบบนวดและที่นอนป้องกันแผลกดทับ การปรับไฟฟ้าที่เงียบและราบรื่น การเลือก เตียงปรับไฟฟ้า ที่เหมาะสม การดูแลรักษา สรุป เตียงปรับไฟฟ้า เป็นตัวช่วยที่สำคัญในการเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยฟังก์ชันสำคัญ เช่น การปรับพนักพิงและขา ระบบรีโมทควบคุม ราวกั้น และที่นอนป้องกันแผลกดทับ ช่วยให้การพักผ่อนมีคุณภาพและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บการลงทุนในเตียงปรับไฟฟ้า คุณภาพสูงจึงเป็นการสร้างความสะดวกสบาย ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพระยะยาว

ห้ามพลาด! วัคซีนที่ผู้สูงอายุทุกคนควรได้รับ มีวัคซีนใดบ้าง

วัคซีนผู้สูงอายุ

ต้องยอมรับเลยว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะในทุก ๆ บ้านจะต้องมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ทั้งนี้การดูแลผู้สูงอายุนั้น นอกจากการดูแลเรื่องชีวิตประจำวันแล้ว การดูแลในเรื่องของสุขภาพ และการฉีดวัคซีน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อเรามีอายุที่เพิ่มขึ้น สุขภาพของเราก็จะถดถอยลงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ก็จะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นวันนี้มาดูกันเลยว่า วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย จะมีวัคซีนประเภทใดบ้าง วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม 1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่: จะเป็นวัคซีนที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงของการเกิดอาการที่รุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายหากได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นผู้สูงอายุทุกคนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะเชื้อประเภทนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ในทุก ๆ

ปัญหาของซีสต์ หรือ ถุงน้ำรังไข่ ในผู้หญิง

Ovarian cysts in women

ต้องยอมรับว่าการเกิดเป็นผู้หญิงเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้หลากหลายรูปแบบหลากหลายประเภทโดยเฉพาะซีสต์หรือถุงน้ำรังไข่ ที่หากคุณไม่ดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีจนปล่อยให้เกิดมีอาการรุนแรงอาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้เลยทีเดียว ดังนั้นในวันนี้สำหรับใครที่มีอาการปวดท้องเมนส์ หรือมีปัญหา กับ การเป็นประจำเดือน จำเป็นจะต้องตรวจเช็คร่างกายให้ดีเพื่อป้องกันปัญหาโรคซีสต์หรือถุงน้ำรังไข่ สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือยังไม่แน่ใจในรูปแบบของโรคนี้ลองเข้ามาทำความรู้จักเพิ่มเติมกันก่อนเพื่อที่จะช่วยทำให้คุณเข้าใจในรูปแบบของโรคได้มากขึ้น ทำความรู้จักกับชีส หรือถุงน้ำรังไข่ ซีสต์หรือถุงน้ำรังไข่ถือว่าเป็นหนึ่งในโลกที่พบบ่อยในผู้หญิง เป็นภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำเกิดขึ้น และจะพบซีสต์หรือถุงน้ำหลายใบในรังไข่ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการผิดปกติของรังไข่เกิดเป็นก้อนหรือตุ่มตามร่างกายมีลักษณะเป็นถุง การเกิดซีสต์หรือถุงน้ำรังไข่มักจะไม่ค่อยมีอาการเตือนใดๆจนกว่าจะรู้ตัวก็กลายเป็นก้อนใหญ่แล้ว ทั้งนี้อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอกธรรมดาหรือชนิดไม่ร้ายแรง หรือเนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย มะเร็ง ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องใส่ใจและหันมาดูแลสุขภาพร่างกายในส่วนของ รังไข่ให้มากยิ่งขึ้น ตรวจเช็คในช่วงที่เป็นประจำเดือนถึงความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น การเกิดขึ้นของซีสต์หรือถุงน้ำรังไข่ แน่นอนว่าเกิดจากการ ตกไข่ที่ผิดปกติส่งผลให้เกิดถุงน้ำในรังไข่หรือไข่ไม่ตก เมื่อมีประจำเดือน รังไข่จะเริ่มสร้างฮอร์โมนและโตเป็นถุงน้ำแต่พอถุงน้ำแตกออกเพื่อให้ใครตกถุงน้ำที่ค้างอยู่ก็จะค่อยๆยุบตัวหายไปเองตามรอบเดือนแต่ในบางรายที่ถูกน้ำไม่แตกออกให้ไข่ตกถุงน้ำจะค้างอยู่นานกว่าปกติประมาณสองถึงสามเดือนถึงจะยุบตัวไป ซึ่งจะเห็นถึง ความผิดปกติของร่างกาย ที่แสดงออกมาได้ชัดเจนคือ ปวดหน่วงท้องน้อย