เมื่อมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปวดหัน และอาการปวดอื่นๆ เรามันจะถามถึงยาแก้ปวดกันอยู่เสมอ นับได้ว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ทุกบ้านต้องมี ซึ่งหลายคนก็ยังไม่รู้ถึงสรรพคุณเจ้ายาแก้ปวดกันดีพอ วันนี้เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

ยาแก้ปวด (Painkiller) คือ กลุ่มยาที่มีคุณสมบัติในการลด ระงับ หรือบรรเทาอาการปวดตั้งแต่อาการปวดแบบไม่รุนแรงไปจนถึงอาการปวดแบบรุนแรง โดยสามารถบรรเทาอาการปวดได้หลายรูปแบบ เช่น ปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น โดยยาแก้ปวดนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้

1. กลุ่มพาราเซตามอล และแอสไพริน

  • กลุ่มยาพาราเซตามอล ระงับอาการปวดโดยการขัดขวางกระบวนการเปลี่ยนกรดอะราคิโนติก เป็น โพรสตาแกลนดิน ซึ่งส่งผลให้ อาการปวด ไข้ และบวม ลดลง เป็นยาที่ปลอดภัย ใช้ระงับอาการปวดอ่อนๆ ได้ดี
  • กลุ่มยาแอสไพริน ระงับอาการปวดด้วยกระบวนการเดียวกันกับพาราเซตามอล แต่ออกฤทธิ์ดีกว่าต่ออาการบวม มีผลข้างเคียงจากการใช้ยามากกว่า

2. ยาแก้อักเสบชนิดไม่มีสเตียรอยด์ NSAID (Non-Sterodical Anti-Inflammatory Drugs)

ยากลุ่มนี้ระงับอาการปวดคล้ายกับพาราเซตามอล แต่ออกฤทธิ์มากกว่า ใช้ระงับอาการปวดระดับกลางถึงรุนแรง ยาในกลุ่มนี้ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ พอนสแตน (ponstan) และไอบูโพรเฟน (ibuprofen) โดยแนะนำให้รับประทานหลังอาหารเท่านั้นเพราะยากลุ่มนี้จะกัดกะเพราะได้

3. กลุ่ม COX–2 Inhibitor 

ออกฤทธิ์ระงับอาการปวดคล้ายกลุ่ม NSAIDs แต่ผลข้างเคียงด้านเลือดออกในระบบย่อยอาหารน้อยกว่า มีข้อมูลว่าอาจก่อโรคหัวใจ ยาในกลุ่มประเภทนี้ เช่น ยาเซเลโคซิป

4. ยาแก้ปวดชนิดเสพติด

เป็นกลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่นและมอร์ฟีน ออกฤทธิ์กดประสาทสมองส่วนหน้าหรือซีรีบรัม มีประสิทธิภาพสูง แต่ยากลุ่มนี้ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ เพราะต้องระวังใกล้ชิดเรื่องปัญหาเรื่องการเสพติดและอาการดื้อยา ซึ่งค่อนข้างอันตราย

ยาแก้ปวด ยาแก้ปวดกล้ามเนื้ออักเสบ หรือยาแก้ปวดอักเสบแต่ละชนิดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลจากฉลากยาแต่ละชนิดอย่างละเอียดก่อนใช้งาน และใช้ยาแต่ละชนิดในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ หากรับประทานแล้วมีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก หรือเปลือกตา หน้ามืด เวียนศีรษะอย่างรุนแรง เกิดผื่นลมพิษ ผื่นแดง ตุ่มพุพอง ผิวหนังหลุดลอก ซึ่งเป็นอาการแพ้ยา ให้หยุดยาและรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อทำการรักษา

ยาแก้ปวดแม้ว่าจะเป็นยาสามัญที่มีอยู่ประจำบ้าน และใช้รักษาอาการปวดแล้วหายอยู่บ่อยครั้ง ก็แนะนำให้พบแพทย์ เพื่อตรวจดูความแน่ชัดของอาการว่ามีสาเกตเกิดจากอะไร เพื่อที่จะได้รักษาอย่างตรงจุดและทันท่วงที

Explore More

ทำความรู้จักยาแก้เมารถ พร้อมวิธีทานยาอย่างไรให้ปลอดภัย

Motion sickness medication

ทุกครั้งที่เราเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกล เราควรมียาแก้เมารถไว้กับเราเสมอ เป็นสิ่งสำคัญไม่ควรหลงให้หลงลืม แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายาแก้เมารถประกอบด้วยสารสำคัญใดบ้าง และวิธีการใช้งานเป็นอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าเรากำลังใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย การเกิดอาการเมารถนั้นเกิดขึ้นเมื่อสมองได้รับข้อมูลที่ขัดข้องกับสิ่งที่ดวงตาเห็น หูได้ยิน หรือร่างกายรับรู้ เช่น เราอาจเห็นสิ่งกำลังเคลื่อนไหวหน้าหน้าเรา แต่หูข้างในร่างกายรับรู้ว่าเรานั่งอยู่นิ่ง สมองจึงสับสน ทำให้เรารู้สึกว่าหัวเรามีความวิงวก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และบางครั้งอาจต้องการอาเจียน เหมือนผลจากการเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน เรือ หรือจากการเล่นเครื่องเล่นที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โคลงเคลง หรือเกิดการเขวี่ยนตัวเร็ว นี่คืออาการที่เราเรียกว่าเมารถ ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแก้เมารถ เมาเรือ 1. ยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ยาแก้เมารถในกลุ่มนี้ที่เราสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปหรือรับจากแพทย์คือ ยาไดเมนไฮดริเนต

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ควรดูแลตัวเองอย่างไร

Thyroid surgery

ในปัจจุบันนี้เรื่องของไทรอยด์นั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและในตอนนี้คนที่เป็นไทรอยด์นั้นก็มีโอกาสที่จะเป้นมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้หากเราไม่รีบรักษาก็อาจจะทำให้มะเร็งนั้นลามไปยังส่วนต่างๆได้อีกเช่นกัน เรื่องของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์นั้นต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญหากผู้ป่วยกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ (Thyroidectomy) เพื่อรักษามะเร็งที่ต่อมไทรอยด์แล้วก็จะยิ่งเป็นเรื่องที่ดีและสำคัญกับเราเองอย่างมากมายเลย เพราะในเรื่องของการที่เราผ่าตัดต่อมไทรอยด์เพื่อเอาก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งออกนั้นก็จะเป็นเรื่องที่เราจะละเลยหรือมองข้ามผ่านไปไม่ได้เลย อย่างน้อยหากเราไม่มองข้ามไปแล้วนั้นก็จะช่วยทำให้เรายิ่งมีความสุขกันอย่างที่สุด และที่สำคัญในเรื่องของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์นั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆเพราะต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่สำคัญอย่างที่สุดและเราเองก็จะต้องอย่ามองข้ามไปเลยเพื่อที่จะได้รักษาโรคนี้ให้หายขาดอย่างน้อยหากคนที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์นั้นได้รับการรักษาแล้วก็จะทำให้มะเร็งไม่ลามไปยังส่วนต่างๆด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและคำนึงถึงมากๆด้วยจึงจะดีที่สุดอย่างน้อยในเรื่องของการผ่าตัดต่อมไทรอยด์นั้นก็จะช่วยทำให้การรักษาไทรอยด์นั้นหายดีมากขึ้นด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามผ่านไปเลยจึงจะยิ่งช่วยทำให้เรานั้นเกิดความสุขอย่างที่สุดเลย โดยในเรื่องของคนที่ผ่าตัดต่อมไทรอยด์นั้นส่วนมากจะเน้นการทานอาหารอ่อน และซุปใสอ่อนๆที่ยังไม่มีเนื้อสัตว์หรือเศษอาหารในการทาน เพราะอาจจะเจ็บคออยู่ดังนั้นควรที่จะต้องให้ทานอาหารเหลวแถมเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่จะช่วยทำให้เรานั้นจะได้รู้จักที่จะเลือกอาหารให้กับผู้ป่วยได้อย่างมากมายด้วย เราจึงควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าในเรื่องของการผ่าตัดนั้นเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรและเราก็จะต้องใส่ใจให้มากที่สุดด้วยเพราะอย่างน้อยหากเราได้ให้ความสนใจแล้วก็จะทำให้เรานั้นไม่ต้องกังวลใจแถมโรคที่เราเป็นก็จะหายดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย เราจึงควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะยิ่งดีเพราะว่าในเรื่องของไทรอยด์นั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญในร่างกายของเราเองอย่างยิ่งด้วย หากเราใส่ใจในร่างกายของเราเองแล้วก็จะส่งผลที่ดีที่จะทำให้เรามีความสุขอย่างที่สุดด้วย

ยาเลื่อนประจำเดือน ใช้อย่างไรถึงได้ผล

Period-delaying medication

ยาเลื่อนประจำเดือนเป็นทางเลือกสำหรับสาว ๆ ที่ไม่ต้องการประจำเดือนเป็นเรื่องที่รบกวน เนื่องจากบ่อคราดแผนท่องเที่ยวหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ การใช้ “ยาเลื่อนประจำเดือน” อย่างไรให้ได้ผล แลไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มาดูกันเลย ยาเลื่อนประจำเดือนคืออะไร แล้วใช้อย่างไร? ยาเลื่อนประจำเดือนหรือยาเลื่อนเมนส์ คือยากลุ่มของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ที่ช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกที่หนาไม่หลุดออกมา. สำหรับผู้ที่ต้องการเลื่อนประจำเดือน, ต้องทราบวันที่มีประจำเดือนแน่นอนของตนเอง เช่น ถ้ามีประจำเดือนทุก 29 วันและมาเป็นประจำ 2-3 วัน, นั่นหมายความว่าไข่ตกประมาณวันที่ 14-15. ดังนั้นหากต้องการเลื่อนประจำเดือนออกไปต้องให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนยังคงอยู่โดยการบังคับธรรมชาติให้สร้างฮอร์โมนในช่วงกลางรอบเดือน ซึ่งทำได้โดยการทานฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตามจำนวนวันที่ต้องการเลื่อน จากนั้นค่อยหยุดทานยา คือเมื่อหยุดยา, เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดออกมาเป็นประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมักมีระยะเวลาประมาณ