อีกหนึ่งวิธีการคุมกำเนิดนอกจากการใช้ถุงยางอนามัยแล้ว การกินยาคุมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการคุมกำเนิดได้เช่นกัน แต่ขั้นตอนการกินยาคุม หรือประเภทของยาคุมนั้นมีรายละเอียดมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการกินยาคุมให้ถูกต้อง ต้องกินอย่างไร 

วิธีกินยาคุม ต้องกินอย่างไร?

เนื่องจากยาคุมทุกวันนี้มีหลายแบบด้วยทั้ง มีทั้งยาคุมแบบฉุกเฉิน, ยาคุมแบบ 21 เม็ด และยาคุมแบบ 28 เม็ด ซึ่งยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดแต่ละแผง จะมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการตกไข่ ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ แต่เมื่อไหร่หยุดกินก็สามารถกลับมามีโอกาสตั้งครรภ์ได้ตามปกติ ทั้งนี้วิธีการกินยาคุมแต่ละแบบมีวิธีการกินดังนี้

วิธีกินยาคุม 21 เม็ด 

วิธีการกินให้กินเม็ดแรกภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน หลังจากนั้นจึงกินติดต่อกันวันละ 1 เม็ด จนหมดแผง โดยกินตามลูกศรที่อยู่บนแผงยา เมื่อกินหมดแผงเก่า ให้หยุดกินยา 7 วัน แล้วค่อยเริ่มกินแผงใหม่

วิธีกินยาคุม 28 เม็ด

ส่วนวิธีการกินยาคุม 28 เม็ด ก็ควรเริ่มกินเม็ดแรกภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือนเช่นกัน โดยการกินประเภทนี้เมื่อกินหมดแผง สามารถเริ่มกินยาคุมแผงใหม่ได้ทันที 

วิธีการกินยาคุฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉินต้องกินภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากมีเพศสัมพันธ์​ มักใช้ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้คุมกำเนิด หรือใช้ในกรณีผู้ที่ถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้สมัครใจ โดยบนแผงยาคุมฉุกเฉินจะมี 2 เม็ด สำหรับวิธีควรกินเม็ดแรกทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ ส่วนเม็ดที่ 2 ให้กินอีก 12 ชั่วโมงต่อมา 

แต่ทั้งนี้การกินยาคุมแต่ละประเภท แนะนำให้ปรึกษาวิธีการกินยาคุมจากแพทย์และเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ โดยหากกินแล้วผิดปกติ หรือสงสัยว่าอาจกำลังตั้งครรภ์ควรหยุดกิน และรีบปรึกษาแอพทย์​เพราะบางรายกินแล้วมีผลข้างเคียง เช่น อาเจียน คลื่นไส้ ปวดหัว 

หากลืมกินยาคุมต้องทำอย่างไร?

หากคุณกินยาคุมเสมอ และกินในเวลาเดิมของทุน หากวันไหนคุณลืมกินยาคุม คุณสามารถกินได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ และกินเม็ดต่อไปในเวลาเดิมตามปกติ แต่ถ้าคุณลืมกินยาคุม 2 เม็ดติดต่อกัน ให้กินยา 2 เม็ดทันทีที่นึกได้ และกินยาอีก 2 เม็ดภายในวันถัดไป จากนั้นค่อยกินเวลาเดิมตามปกติ 

แต่ถ้าใครที่ลืมกินหลายเม็ด ควรคุมกำเนิดด้วยการใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย หรือไม่ก็หยุดกินยาแผงนั้นไปเลย แล้วค่อยเริ่มต้นกินใหม่เมื่อมีประจำเดือน 

Explore More

ทำความรู้จักยาแก้เมารถ พร้อมวิธีทานยาอย่างไรให้ปลอดภัย

Motion sickness medication

ทุกครั้งที่เราเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกล เราควรมียาแก้เมารถไว้กับเราเสมอ เป็นสิ่งสำคัญไม่ควรหลงให้หลงลืม แต่คุณรู้หรือไม่ว่ายาแก้เมารถประกอบด้วยสารสำคัญใดบ้าง และวิธีการใช้งานเป็นอย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าเรากำลังใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย การเกิดอาการเมารถนั้นเกิดขึ้นเมื่อสมองได้รับข้อมูลที่ขัดข้องกับสิ่งที่ดวงตาเห็น หูได้ยิน หรือร่างกายรับรู้ เช่น เราอาจเห็นสิ่งกำลังเคลื่อนไหวหน้าหน้าเรา แต่หูข้างในร่างกายรับรู้ว่าเรานั่งอยู่นิ่ง สมองจึงสับสน ทำให้เรารู้สึกว่าหัวเรามีความวิงวก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และบางครั้งอาจต้องการอาเจียน เหมือนผลจากการเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน เรือ หรือจากการเล่นเครื่องเล่นที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โคลงเคลง หรือเกิดการเขวี่ยนตัวเร็ว นี่คืออาการที่เราเรียกว่าเมารถ ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแก้เมารถ เมาเรือ 1. ยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ยาแก้เมารถในกลุ่มนี้ที่เราสามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปหรือรับจากแพทย์คือ ยาไดเมนไฮดริเนต

ห้ามพลาด! วัคซีนที่ผู้สูงอายุทุกคนควรได้รับ มีวัคซีนใดบ้าง

วัคซีนผู้สูงอายุ

ต้องยอมรับเลยว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะในทุก ๆ บ้านจะต้องมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ทั้งนี้การดูแลผู้สูงอายุนั้น นอกจากการดูแลเรื่องชีวิตประจำวันแล้ว การดูแลในเรื่องของสุขภาพ และการฉีดวัคซีน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อเรามีอายุที่เพิ่มขึ้น สุขภาพของเราก็จะถดถอยลงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ก็จะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นวันนี้มาดูกันเลยว่า วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย จะมีวัคซีนประเภทใดบ้าง วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม 1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่: จะเป็นวัคซีนที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงของการเกิดอาการที่รุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายหากได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นผู้สูงอายุทุกคนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะเชื้อประเภทนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ในทุก ๆ

ยาแก้ปวด

Pain reliever Painkiller

เมื่อมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปวดหัน และอาการปวดอื่นๆ เรามันจะถามถึงยาแก้ปวดกันอยู่เสมอ นับได้ว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ทุกบ้านต้องมี ซึ่งหลายคนก็ยังไม่รู้ถึงสรรพคุณเจ้ายาแก้ปวดกันดีพอ วันนี้เรามาทำความรู้จักไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า ยาแก้ปวด (Painkiller) คือ กลุ่มยาที่มีคุณสมบัติในการลด ระงับ หรือบรรเทาอาการปวดตั้งแต่อาการปวดแบบไม่รุนแรงไปจนถึงอาการปวดแบบรุนแรง โดยสามารถบรรเทาอาการปวดได้หลายรูปแบบ เช่น ปวดศีรษะ ปวดฟัน ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น โดยยาแก้ปวดนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้ 1. กลุ่มพาราเซตามอล และแอสไพริน 2.