คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่าทำไมในตอนที่ออกกำลังกายแล้วรู้สึกเหนื่อยหอบง่ายทั้งที่ไม่ใช่คนอ้วน อีกทั้งได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แม้แต่วิ่งระยะสั้นหรือเดิมนิดเดียวก็หอบแล้ว เชื่อว่ามีหลาย ๆ คนอาจะเคยสงสัยแต่มักจะไม่ฉุกคิดและเข้าใจว่าตนเองนั้นไม่เคยออกกำลังกายเลย จึงทำให้ไม่ได้มีการปรับตัวนั้นเอง อีกทั้งเพราะเข้าใจว่านี้เป็นเรื่องปกติของร่างกายและไม่ได้มีความรู้สึกว่ากระทบกับการใช้ชีวิตในประจำวันจึงเลือกที่ยังไม่ไปตรวจร่างกายทั้งที่จริงแล้วนี่อาจเป็นภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่คุณจะคาดคิดไว้ แต่จะเพราะอะไรนั้นเรามาดูสาเหตุที่แท้จริงกันดีกว่าว่าอาการดังกล่าวนี้เป็นมากกว่าแค่อาการเหนื่อยอย่างไร

เหนื่อยง่าย หอบไวแนะนำให้ลองตรวจ EST

สำหรับ EST เป็นเทคนิคการตรวจสรรถภาพของหัวใจขณะที่เราออกกำลังกายอยู่ เพราะขณะเดินหรือวิ่งหัวใจจะเต้นเร็วและมีเลือดมาหล่อเลี้ยงมากขึ้น ซึ่งหากว่ามีหลอดเลือดหัวตีบเลือดก็จะไม่สามารถไหลเวียนมาเลี้ยงหัวใจได้ดีทำให้เกิดอาการตามมาคือเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก โดยเช็กได้จากคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะทดสอบ มีจุดประสงค์ในการตรวจเพื่อวินิจฉัยภาวะหัวใจขาดเลือด ซึ่งโดยปกติจะมีเครื่องมือในการทดสอบ EST สองแบบคือ แบบสายพานไฟฟ้าคือสามารถปรับความเร็วและความชันขณะวิ่งได้กับแบบจักรยานซึ่งจะเหมาะกับผู้สูงอายุเพื่อตรวจภาวะหัวใจขาดเลือดขณะเดิน 

อยากไปตรวจ EST ต้องเตรียมตัวอย่างไร

ไม่ยากหากอยากมาทดสอบ EST เพียงแค่งดอาหารและเครื่องดื่มก่อนการทดสอบ 2 ชั่วโมง งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สวมใส่เสื้อผ้าสบายตัวและหากมีโรคประจำตัวและต้องกินยาเป็นประจำต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน 

อาการเหนื่อยง่ายเชื่อมโยงกับการทำงานของหัวใจและการไหลเวียนของเลือด ไม่ว่าจะอายุน้อยหรือมากจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแล “หัวใจ” เป็นพิเศษ หากว่าพบสัญญาณที่เล่ามาข้างต้น เช่น เหนื่อยง่าย หอบไวไม่ว่าจะเดินหรือวิ่ง หรือแม้แต่การออกกำลังกายเพียงระยะสั้นสิ่งสำคัญจะต้องสังเกตความผิดปกติอื่น ๆ นอกจากนั้นเพื่อความปลอดภัยไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุดีกว่า อย่างการตรวจ EST เป็นโปรแกรมตรวจหัวใจที่จะนำไปสู่การค้นหาต้นเหตุของอาการเหนื่อยว่าเกิดจากอาการผิดปกติของหัวใจหรือไม่ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคต่าง ๆ แล้วโดยโรคที่เกี่ยวกับหัวใจอวัยวะสำคัญที่หากเกิดความผิดปกติต้องรีบตรวจหาโรคด่วน เพื่อป้องกันและรักษาโรคร้ายได้อย่างทันท่วงที

Explore More

รักษาสิวบนหลังให้หายขาดอย่างไร ? เรามีคำตอบมาให้คุณ

รักษาสิวบนหลัง

สิวบนหลัง ปัญหาใหญ่ที่ใครหลายคนประสบกับปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่ากับสิวบนหน้า แต่โอกาสที่คนอื่นจะได้เห็นนั้นก็น้อยเช่นกัน ถ้าหากคุณไม่สวมบิกีนี่เดิมริมชายหาด เพราะฉะนั้นแล้วการเกิดรอยสิวแบบนี้ก็คงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นบนตัวเราอย่างแน่นอน แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการรักษาสิวบนหลังที่ถูกต้อง วิธีการรักษาสิวบนหลังที่คุณควรรู้  สิวบนหลังสามารถรักษาได้อย่างไร  ก่อนเราจะไปดูวิธีการรักษากัน เราต้องมาดูกันก่อนว่า สิวบนหลัง นั้นมีสาเหตุการเกิดจากอะไร เหงื่อไคล อากาศร้อนจะกระตุ้นให้เหงื่อและไคลออกมามากกว่าปกติ จนเกิดเป็นการหมักหมม รูผิวขุมขนบนหนังที่เปิดกว้างทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปสะสมอุดตัน จนทำให้เกิดสิว นอกจากนี้การสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี การสวมชุดนอนซ้ำ ๆ หรือการไม่อาบน้ำหลังจากการเล่นกีฬาก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน  ฮอร์โมน สิวที่ขึ้นทุกที่บนร่างกายของเรา ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ลำตัว แผ่นหลัง ก้น มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือน

สรรพคุณของสมุนไพรไทย “กระชาย”

Fingerroot (or Chinese ginger)

“กระชาย” นอกจากจะเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารให้มีรสชาติที่ดีและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพช่วยบำรุงร่างกายได้หลายด้าน อีกทั้งยังช่วยไล่แมลงได้ด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ากระชายมีประโยชน์และสรรพคุณอย่างไรวันนี้ไปดูพร้อมๆ กันเลย กระชาย อยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ กระชายดำ กระชายแดง และกระชายเหลืองโดยกระชายเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการนำมาใช้เป็นส่วนผสมสำคัญในแกงป่า หรือผัดต่าง ๆ โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารกันมากที่สุดคือ รากสะสมอาหาร หรือที่เรียกว่า “นมกระชาย” ซึ่งรากกระชายนี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถใช้เป็นผักจิ้มได้โดยตรง แต่คนส่วนใหญ่มักจะนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องแกงซะมากกว่า เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์เนื้อปลาได้เป็นอย่างดี สมุนไพรกระชาย มีสรรพคุณทางยานานัปการ จนได้ชื่อในวงการแพทย์แผนไทยว่าเป็น “โสมไทย”

ห้ามพลาด! วัคซีนที่ผู้สูงอายุทุกคนควรได้รับ มีวัคซีนใดบ้าง

วัคซีนผู้สูงอายุ

ต้องยอมรับเลยว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพราะในทุก ๆ บ้านจะต้องมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่อย่างแน่นอน ทั้งนี้การดูแลผู้สูงอายุนั้น นอกจากการดูแลเรื่องชีวิตประจำวันแล้ว การดูแลในเรื่องของสุขภาพ และการฉีดวัคซีน จะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อเรามีอายุที่เพิ่มขึ้น สุขภาพของเราก็จะถดถอยลงมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเรื่องระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ ก็จะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นวันนี้มาดูกันเลยว่า วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย จะมีวัคซีนประเภทใดบ้าง วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม 1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่: จะเป็นวัคซีนที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงของการเกิดอาการที่รุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายหากได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นผู้สูงอายุทุกคนจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะเชื้อประเภทนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ในทุก ๆ